7 เคล็ดลับสำหรับการนำ Social Commerce ไปใช้ในแผนการตลาด

7 เคล็ดลับสำหรับการนำ Social Commerce ไปใช้ในแผนการตลาด

Social Commerce หมายถึงการซื้อและขายกิจกรรมบนแพลตฟอร์มโซเชียลเช่นFacebook, Instagram และ TikTok โดยไม่ต้องออกจากแอพเทรนด์ใหม่นี้จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ พร้อมกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น และนี่คือ 7 เคล็ดลับเพื่อใช้ประโยชน์จากโซเชียลคอมเมิร์ซ

7 เคล็ดลับสำหรับการนำ Social Commerce ไปใช้ในแผนการตลาด
7 เคล็ดลับสำหรับการนำ Social Commerce ไปใช้ในแผนการตลาด

1. สร้างบุคลิกของโซเชียลมีเดีย

  • กำหนดปัจจัยที่แสดงถึงลูกค้าในอุดมคติ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลประชากร ความต้องการ ปัญหา ความสนใจ นิสัย กำลังติดตามใคร เนื้อหาประเภทใดที่พวกเขาโต้ตอบด้วยบ่อยๆ
  • แบ่งกลุ่มลูกค้าในอุดมคติออกเป็นกลุ่ม และระบุประเภทผลิตภัณฑ์และเนื้อหาที่แต่ละกลุ่มสนใจ
  • ลงทุนในเครื่องมือ social listening หรือแพลตฟอร์มการตลาดโซเชียลมีเดียเพื่อติดตามข้อมูลโซเชียลมีเดีย

2.คำนึงถึงการค้นหา

  • สร้างร้านค้าบน Facebook, Instagram และบัญชีโซเชียลมีเดียอื่นๆ รวมทั้งรวมลิงก์ไปยังเว็บไซต์
  • สร้างไฮไลท์ Instagram สำหรับเทศกาล อาจต้องการแยกไฮไลต์สำหรับBlack Friday, Cyber ​​​​Monday หรือ Christmas
  • ใช้วิดีโอ เรื่องราวReels เป็นต้น เพื่อให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ เคล็ดลับและลูกเล่นในการใช้งาน ฯลฯ 
  • ร่วมมือกับ Influencer เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์

3.ใช้ฟีเจอร์การช็อปปิ้งบนโซเชียลมีเดีย

  • โพสต์แล้วแท็กสินค้าโดยตรง
  • ตั้งค่าบัญชีเป็นบัญชีธุรกิจ
  • Instagram Storiesสามารถเพิ่มสติกเกอร์สินค้าลงในสตอรี่และผู้ติดตามสามารถแตะที่สติกเกอร์เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และทำการซื้อได้
  • Instagram Guides Shoppingสามารถจัดการรายการสินค้าขายดี เหมาะสำหรับการแบ่งปันคำแนะนำ
  • ใช้คุณสมบัติวิดีโอเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ผู้ซื้อพบสิ่งที่ต้องการ และกระตุ้นให้พวกเขาซื้อด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น

4.นึกถึงการใช้งานผ่านมือถือเสมอ

การเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การค้าทางโซเชียลบนมือถือ ควรออกแบบโฆษณา วิดีโอ รูปภาพผลิตภัณฑ์ ฯลฯ สำหรับมือถือเป็นอันดับแรก

5.จัดกิจกรรมแจกของรางวัลผ่านโซเชียลมีเดีย

ช่วงเทศกาลเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการแจกของรางวัลหรือการแข่งขันบนโซเชียลมีเดีย เพิ่มการมีส่วนร่วม 

  • นึกถึงสิ่งที่แฟนๆ ต้องการจริงๆ และเสนอให้ของขวัญที่เกี่ยวข้อง
  • ทำให้ง่าย ตัวอย่างเช่น กดถูกใจ แชร์การแข่งขัน และแท็กเพื่อนห้าคนในโพสต์
  • ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์เพื่อส่งเสริมการแจกของให้กับผู้คนจำนวนมากขึ้น
  • เริ่มการแข่งขันประมาณหนึ่งหรือสองสัปดาห์ก่อน
  • ประกาศผู้ชนะเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง

6. ใช้ประโยชน์จากเนื้อหาที่ผู้ใช้จริงสร้างขึ้น

เช่น บทวิจารณ์และการให้คะแนน คำรับรอง รูปภาพของลูกค้า และวิดีโอ

  • แชร์รูปภาพ รีวิว การให้คะแนน ฯลฯ ของลูกค้าบนช่องทางโซเชียล
  • นำเสนอรีวิวของลูกค้าในInstagram Stories, Instagram Highlights, Reels หรือ IGTV เพื่อขอบคุณลูกค้า
  • รวมรูปภาพของลูกค้าและบทวิจารณ์ในโฆษณาเพื่อสร้างความไว้วางใจกับกลุ่มเป้าหมาย
  • จัดการแข่งขันหรือของแถมเพื่อจูงใจลูกค้า สร้างแฮชแท็กของแบรนด์และขอให้ลูกค้าใส่ไว้ในโพสต์ของพวกเขา 
  • รีมิกซ์ระหว่างแพลตฟอร์ม ตัวอย่างเช่น รวบรวมรีวิวของลูกค้าบน Instagram และสร้างวิดีโอ TikTok จากนั้นรีโพสต์วิดีโอ TikTok บนบัญชี Instagram 

7. บริการลูกค้าโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ

  • รวมข้อมูลการบริการลูกค้าในประวัติโซเชียลมีเดียหรือแม้แต่โพสต์
  • ใช้เครื่องมือติดตามโซเชียลมีเดียเพื่อติดตามการกล่าวถึงและความคิดเห็นของลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย จากนั้นตอบคำถามเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด
  • สตรีมสดและให้ผู้ติดตามถามคำถาม
  • ใช้คำตอบอัตโนมัติเพื่อตอบกลับเร็วขึ้น
  • สนทนาส่วนตัวหากรู้สึกว่าควรทำแบบนั้น ถามผู้ซื้อว่าคุณสามารถแชทกับพวกเขาผ่าน Instagram Direct Message ได้หรือไม่

โซเชียลคอมเมิร์ซสามารถกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนการขายสำหรับทุกแบรนด์ เริ่มวางแผนให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่พลาดโอกาสในการทำเงินนี้

อ้างอิง : zoovu

……………………………..

ช่องทางติดตาม

IG : https://www.instagram.com/jinnymarketing/

Twitter :  https://twitter.com/JinnyMarketing

Fan page :  https://www.facebook.com/jinnymarketing/

Messenger :  m.me//jinnymarketing/

Youtube :  Youtube : https://bit.ly/3alC9VB

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

3 × two =